You Are Here: หน้าหลัก >เกี่ยวกับเรา >ประกาศ
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
 

กลุ่มธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าของธนาคารฯ และบริษัทในเครือ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

 
 มาตรการช่วยเหลือ ระยะที่ 1:
 ลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา
 • ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา
 • เพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ
 • ขอสงวนสิทธิพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าเป็นรายกรณี
 
 ลูกค้าธุรกิจ วงเงินกลุ่มไม่เกิน 100 ล้านบาท

 • ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยชั่วคราวเป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับงวดเดือนเมษายน 2563 – เดือนกันยายน 2563

 • เป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในประเทศไทย

 หมายเหตุ

 1. การพักชำระเงินต้น ยังคงมีการคิดดอกเบี้ยในอัตราตามสัญญาเดิมในช่วงระยะเวลาผ่อนผัน

 2. เมื่อพ้นระยะเวลาผ่อนปรนแล้ว การชำระหนี้เงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย ให้กลับไปเป็นตามเงื่อนไขของสัญญาเดิม ทั้งนี้ ลูกค้าอาจมีภาระการผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงขึ้นภายหลัง

 
 ลูกค้าธุรกิจ วงเงินกลุ่มไม่เกิน 500 ล้านบาท

 • สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อเสริมสภาพคล่อง ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2562 อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ในช่วงระยะเวลา 2 ปี โดยลูกค้าไม่ต้องชำระดอกเบี้ยช่วง 6 เดือนแรก

 • เป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในประเทศไทย

 • ไม่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

 • ไม่เป็นลูกหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ณ สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2562

 หมายเหตุ ธนาคารขอสงวนสิทธิในการพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ตามคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

 
 ลูกค้าบัตรเครดิต

• ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 0% ตั้งแต่ 1 เม.ย. 63 - 31 ธ.ค. 63 (พักชำระหนี้)
• ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็น อัตราดอกเบี้ยที่ MRR ของธนาคาร
• ขอสงวนสิทธิพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าเป็นรายกรณี

 
 ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
 วงเงินสินเชื่อ ไม่เกิน 250,000 บาท
 • ผ่อนปรนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน
 วงเงินสินเชื่อเกิน 250,000 บาท
 • พักชำระหนี้ 3 - 6 เดือน หรือ
 • ปรับลดภาระค่างวดต่อเดือน และขยายเวลาชำระค่างวด
 
ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิการพิจารณาช่วยเหลือเป็นรายกรณี และเฉพาะลูกค้าในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ตัวอย่างเช่น กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มขนส่ง กลุ่มสายการบิน กลุ่มโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก ภัตตาคาร และร้านอาหาร
 
 มาตรการช่วยเหลือ ระยะที่ 2:
 ลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา, ลูกค้าธุรกิจวงเงินกลุ่มไม่เกิน 100 ล้านบาท, และ, ลูกค้าธุรกิจวงเงินกลุ่มไม่เกิน 500 ล้านบาท
 • เป็นตามมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 1
 
 ลูกค้าบัตรเครดิต
 • เป็นตามมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 1 ขยายระยะเวลาถึง 30 มิถุนายน 2564
 
 ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไม่จำกัดวงเงินสินเชื่อ
 • ปรับลดภาระค่างวดต่อเดือน และขยายเวลาชำระค่างวด
 
 ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
 ลูกค้าของธนาคารฯ สามารถเลือกเข้าร่วมมาตรการใดมาตรการหนึ่งดังต่อไปนี้
 • ผ่อนปรนการชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ
 • ผ่อนปรนการชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 3 เดือน และปรับอัตราดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือ

 • ปรับลดยอดผ่อนชำระค่างวด และขยายระยะเวลาชำระหนี้

ทั้งนี้ ธนาคารฯ ขอสงวนสิทธิพิจารณาตามการแจ้งความประสงค์เป็นรายกรณี
 
มาตรการช่วยเหลือ ระยะที่ 3:
 ลูกค้าบัตรเครดิต
 • เป็นตามมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 1 ขยายระยะเวลาถึง 31 ธันวาคม 2564
 
  ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไม่จำกัดวงเงินสินเชื่อ
    สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19
 • ปรับลดภาระค่างวดต่อเดือน และขยายเวลาชำระค่างวด*
    สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจาก COVID-19
• ปรับลดภาระค่างวดต่อเดือน และขยายเวลาชำระค่างวด*
• พักชำระค่างวด และขยายเวลาชำระค่างวด*
• พิจารณารับคืนรถ*
*ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของบริษัท ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายกรณีไป
 
 ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
• ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยเป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 10 เดือน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสิ้นเดือนธันวาคม 2564
• ขอสงวนสิทธิพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าเป็นรายกรณี
 
ลูกค้าธุรกิจ (นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา)
• ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน แต่ทั้งนี้ ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2564
• ลดอัตราดอกเบี้ย
• ให้สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง
• ขอสงวนสิทธิพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าเป็นรายกรณี
 
 มาตรการ “พักชำระหนี้ 2 เดือน”
 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้งในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และนอกพื้นที่ควบคุมฯ
คุณสมบัติของลูกค้าที่เข้ามาตรการ
 • เป็นลูกค้าธุรกิจ SME หรือ ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ของธนาคาร
 • ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคระบาดติดต่อโควิด-19 ของภาครัฐ ทั้งในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และนอกพื้นที่ควบคุมฯ ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของภาครัฐ
 • ไม่เป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ วันที่ยื่นขอเข้าร่วมมาตรการ
เงื่อนไขของการเข้าร่วมมาตรการ
 • ลูกค้าต้องยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 พร้อมแสดงหลักฐานการได้รับผลกระทบต่อกิจการหรือการจ้างงาน
 • มาตรการพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ย มีระยะเวลา 2 เดือน
 • ในช่วงระยะเวลาการพักชำระหนี้ ธนาคารยังคงมีการคิดดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยที่ระบุในสัญญาสินเชื่อที่ลูกค้าได้ทำให้ไว้กับธนาคาร
 • เมื่อพ้นระยะเวลาการพักชำระหนี้แล้ว การชำระหนี้เงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยจะเป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไขเดิมก่อนช่วงระยะเวลาการพักชำระหนี้ตามที่ระบุในสัญญาสินเชื่อ หรือ ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกับธนาคารต่อไป
 • ลูกค้าอาจมีภาระการผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงขึ้น เมื่อพ้นระยะเวลาการพักชำระหนี้
 • ในระหว่างการพักชำระหนี้ จะไม่ถือเป็นการผิดนัดหรือผิดเงื่อนไขตามสัญญาสินเชื่อ และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
 
มาตรการ “สินเชื่อฟื้นฟู”
เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ รักษาการจ้างงาน และฟื้นฟูกิจการ
คุณสมบัติของลูกค้าที่เข้ามาตรการ
• เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย และมีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจ อยู่ในประเทศไทย
• เป็นลูกค้าของธนาคารฯ ที่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจ (ไม่รวมภาระผูกพัน) ณ สิ้นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือไม่เคยเป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ที่ใดมาก่อน
• ไม่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
• ไม่ประกอบธุรกิจทางการเงิน
• ไม่มีสถานะหนี้เป็น NPL ณ สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2562
วงเงินสินเชื่อ
• ไม่เกิน 30% ของวงเงินเดิมที่มีอยู่กับธนาคารฯ สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท (นับรวมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของ ธปท. ปี 2563 ด้วย)
• ไม่เกิน 20 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ใด ๆ ณ สิ้นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564
 อัตราดอกเบี้ย
• อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก โดยไม่ต้องชำระดอกเบี้ยช่วง 6 เดือนแรก
• อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปี ไม่เกิน 5% ต่อปี
• ปีที่ 6 เป็นต้นไป (ถ้ามี) อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด
ระยะเวลาสินเชื่อ
• ระยะเวลาสินเชื่อ 5 ปี (กรณีมากกว่า 5 ปี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคารฯ เป็นรายกรณี แต่ทั้งนี้ ระยะเวลาสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 10 ปี)
หมายเหตุ
• ต้องค้ำประกันโดย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดยมีค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี
• การอนุมติสินเชื่อและเบิกเงินกู้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารฯ และธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนด
• การอนุมัติเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารฯ
 
โครงการพักทรัพย์พักหนี้
เพื่อบรรเทาปัญหาด้านหนี้สินสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 อย่างรุนแรง แต่ยังมีเจตนาและความตั้งใจในการประกอบธุรกิจ
คุณสมบัติของลูกค้าที่เข้ามาตรการ
• เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย และมีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจ อยู่ในประเทศไทย
• เป็นลูกค้าของธนาคารฯ ที่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจ ณ สิ้นวันที่ 31 มีนาคม 2564
• ไม่ประกอบธุรกิจทางการเงิน
• ไม่มีสถานะหนี้เป็น NPL ณ สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2562
 
รายละเอียดมาตรการ
• ต้องเป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์สินนำมาเป็นหลักประกันตามกฎหมายไทยกับธนาคารฯ ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2564 เพื่อประกันการชำระหนี้ของสินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจ เท่านั้น
• ราคารับโอน เป็นไปตามการพิจารณาของธนาคาร
• เจ้าของทรัพย์สินหรือลูกหนี้ มีสิทธิซื้อคืนทรัพย์สินที่ธนาคารฯ รับโอน ได้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่รับโอน
• ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน สามารถเช่าทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเพื่อนำไปประกอบธุรกิจต่อได้ ตามอัตราค่าเช่าที่จะตกลงกัน โดยแจ้งความประสงค์เช่าทรัพย์สินภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ธนาคารฯ รับโอน
• ราคาซื้อคืนของลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน ต้องไม่สูงกว่าราคาที่รับโอน บวกด้วยค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าว (carrying cost) อีกไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปี ของราคารับโอน และบวกค่าใช้จ่ายอื่นที่ธนาคารฯ ได้จ่ายไปตามจริงเพื่อดูแลรักษาทรัพย์สินตามมาตรการ หักด้วย (ถ้ามี) ค่าเช่าที่ได้รับจากลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์สินฯ ระหว่างสัญญา
 
หมายเหตุ
• ลูกหนี้จะได้รับยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการโอน
• การอนุมัติเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารฯ
 
 สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
 สำหรับลูกค้าของธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน)
 • สาขาของธนาคารหรือ ICBC (Thai) Call Center (0 2629 5588)
 • เว็บไซด์ธนาคาร www.icbcthai.com
 
 สำหรับลูกค้าของบริษัท ลีสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) จำกัด
 • หมายเลขโทรศัพท์ 0 2876 7200 กด 1 และ 0 2626 8100
 • เว็บไซด์บริษัท www.icbcthaileasing.com


(2021-07-20)
【Close】