You Are Here: หน้าหลัก >เกี่ยวกับเรา >ประกาศ
ประกาศความเป็นส่วนตัว สำหรับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร
 

ประกาศความเป็นส่วนตัว

เรียน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร” หรือ “เรา”) ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของท่าน (เรียกรวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ตามกฎหมายไทย

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อธิบายถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้
• ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดบ้างที่ธนาคารเก็บรวบรวม โดยที่ข้อมูลดังกล่าวรวมถึงข้อมูลที่ท่านมอบให้แก่ธนาคารเกี่ยวกับตัวท่านเอง หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของท่าน (“ท่าน”) และข้อมูลที่ธนาคาร รับทราบจากการที่ท่านเป็นคู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร
• ธนาคารใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร
• ธนาคารเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลใดบ้าง
• ทางเลือกที่ธนาคารนำเสนอให้แก่ท่าน รวมถึงวิธีการเข้าถึง และดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นปัจจุบัน
• สิทธิที่ท่านมีต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้แก่อะไรบ้าง และกฎหมายคุ้มครองท่านอย่างไร

1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล 
    ธนาคารเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ที่เกี่ยวกับการจัดหาสินค้า และบริการ ตลอดจนการชำระเงิน 
    ธนาคารเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึง
• ข้อมูลที่ได้จากท่านโดยตรง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าเป็นคู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจกับธนาคาร
• ข้อมูลที่ได้จากบุคคลภายนอก ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าเป็นคู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจกับธนาคาร (เช่น ข้อมูลเครดิต ข้อมูลทางการค้า ข้อมูลจากลูกค้าของธนาคาร ข้อมูลจากหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น)
• ข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับท่านระหว่างความสัมพันธ์ในการทำงาน ซึ่งรวมถึงการสนทนาระหว่างท่าน และธนาคาร (เช่น บันทึกการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ จดหมาย อีเมล์ บันทึกข้อความ หรือวิธีการอื่นใด)
• ข้อมูลที่ได้รับจากเอกสารประกันภัย หรือเอกสารอื่น ๆ
• การตรวจสอบทางการเงิน และ/หรือ
• เมื่อท่านทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏแก่สาธารณะอย่างชัดแจ้ง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผ่านทาง Social Media ในกรณีดังกล่าว ธนาคารจะเลือกเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่ท่านเลือกให้ปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น 
     
    ในบางกรณี ธนาคารเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ และออฟไลน์เพิ่มเติม รวมถึงการเก็บรวบรวมในเชิงพาณิชย์จากแหล่งข้อมูลของบุคคลที่สาม เช่น ข้อมูลจากหน่วยงานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเครดิต (บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ) ธนาคารอาจรวมข้อมูลนี้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารรวบรวมเกี่ยวกับท่านภายใต้ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ 
    ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารประมวลผลภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขอื่น ๆ ที่ราชการออกให้ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี สัญชาติ ภาพบนหนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ ลายมือชื่อ ข้อมูลการยืนยันตัวตน (เช่น รหัสผ่าน นามสกุลเดิมของมารดา PINs ข้อมูลการจดจำใบหน้า และเสียง) รูปภาพ ภาพ หรือบันทีกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)
ข้อมูลทางการเงิน: ข้อมูลบัญชีธนาคาร ที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงิน เลขที่บัตรเครดิต และชื่อผู้ถือบัตร และรายละเอียดของบัตรเครดิต
ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ และรายละเอียด Social Media และ/หรือ
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์: ที่อยู่ IP คุกกี้ บันทึกกิจกรรม ข้อมูลระบุตัวตน และข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์

2. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 
    ธนาคารอาจเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะในกรณีที่ธนาคารมีเหตุผลที่เหมาะสม และถูกต้องตามกฎหมายในการดำเนินการเช่นว่านั้น ทั้งนี้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลภายนอกด้วย 
    ธนาคารจะใช้ฐานทางกฎหมายอย่างน้อยหนึ่งฐานต่อไปนี้ในการประมวลผล/เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
• เพื่อที่จะปฏิบัติตามตามสัญญาที่ธนาคารทำไว้ หรือกำลังจะเข้าทำกับท่าน (ฐานสัญญา)
• เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย (ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย)
• เพื่อประโยชน์ของธนาคาร (ฐานประโยชน์อันชอบธรรม)
• เมื่อท่านให้ความยินยอม (ฐานความยินยอม) 

    วัตถุประสงค์ที่ธนาคารอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมายซึ่งธนาคารอาศัยเพื่อประมวลผลข้อมูลดังกล่าว ได้แก่

    วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    การจัดหาสินค้า และ/หรือ บริการ

    • เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดหาสินค้า และ/หรือ บริการกับท่าน
    • เพื่อชำระเงิน และจัดการการชำระเงิน
    • เพื่อจัดการค่าใช้จ่าย และดอกเบี้ยที่ถึงกำหนด
    • เพื่อเรียกรับ และกู้คืนสินค้า และ/หรือ บริการจากท่าน
    • เพื่อจัดการกับข้อพิพาททางกฎหมาย
    • ฐานสัญญา
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
    • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย

    ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

    • เพื่อบริหารความสัมพันธ์ระหว่างธนาคาร และท่าน หรือธุรกิจของท่าน
    • เพื่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับสินค้า และ/หรือ บริการ
    • ฐานความยินยอม
    • ฐานสัญญา
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม

    การพัฒนาธุรกิจ

    • เพื่อระบุประเด็นปัญหาที่เกี่ยวองกับสินค้า และ/หรือ บริการที่มีอยู่
    • เพื่อวางแผนการพัฒนาสินค้า และ/หรือ บริการที่มีอยู่
    • ฐานสัญญา
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
    • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย

    การบริหารความมั่นคง ความปลอดภัย และความเสี่ยง

    • เพื่อสืบหา ตรวจสอบ รายงาน และแสวงหาแนวทางในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน
    • เพื่อบริหารความเสี่ยงของธนาคาร
    • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่บังคับใช้กับธนาคาร
    • ฐานสัญญา
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
    • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย


        ในกรณีที่ธนาคารอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ธนาคารได้พิจารณาว่า ประโยชน์ดังกล่าวของธนาคารนั้น มีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิของท่าน หรือไม่ และสามารถสรุปได้ว่าประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิของท่าน

    3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 
        ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่นในกรณีที่การกระทำเช่นนั้นถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงในกรณีที่ธนาคาร หรือบุคคลอื่น
    • จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสัญญา
    • มีหน้าที่ตามกฎหมายในการกระทำการดังกล่าว (เช่น สนับสนุนการสืบหา และการป้องกันการทุจริต การหนีภาษี อาชญากรรมทางการเงิน เป็นต้น)
    • จำเป็นต้องรายงานตามกฎหมาย ดำเนินคดี ใช้สิทธิตามกฎหมาย หรือปกป้องสิทธิตามกฎหมาย
    • กระทำไปเพื่อประโยชน์ของธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น เพื่อบริหารความเสี่ยง เพื่อยืนยันตัวตน เพื่อให้ บริษัทอื่นสามารถให้บริการตามที่ท่านร้องขอ หรือเพื่อประเมินความเหมาะสมของสินค้า และ/หรือ บริการ เป็นต้น) และ/หรือ
    • ขอความยินยอมจากท่านเพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น และท่านได้ให้ความยินยอมในการดำเนินการนั้น 

        ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวให้กับบุคคลอื่นดังต่อไปนี้
    • บริษัทในเครือของธนาคาร ผู้รับเหมาช่วง นายหน้า หรือผู้ให้บริการใด ๆ ที่ทำงานให้กับธนาคาร หรือให้บริการแก่ธนาคาร ทั้งนี้ รวมถึงลูกจ้าง ตัวแทน ผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการ กรรมการ และผู้ปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว
    • ผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลผลประโยชน์ใด ๆ ของท่าน
    • บุคคลใด ๆ ที่ท่านชำระเงินให้ และ ได้รับชำระเงิน
    • ตัวกลาง ธนาคารตัวแทน สำนักงานหักบัญชี ระบบการชำระเงิน คู่ค้าและบริษัทอื่น ๆ ที่ท่านลงทุนผ่านธนาคาร
    • สถาบันการเงินอื่น เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร สมาคมการค้า หน่วยงานที่เก็บรวบรวมเกี่ยวกับข้อมูลเครดิต และตัวแทนเรียกชำระหนี้
    • บุคคล หรือบริษัทใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างบริษัท การควบรวม หรือเข้าถือครองกิจการที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น โดยรวมถึงการโอนสิทธิ หรือหน้าที่ใด ๆ ซึ่งธนาคาร มีอยู่ภายใต้สัญญาระหว่าง ธนาคาร และท่าน
    • หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย รัฐบาล ศาล กระบวนการทางศาล หน่วยงานระงับข้อพิพาท ผู้มีอำนาจควบคุมของธนาคาร ผู้ตรวจสอบบัญชี และบุคคลใด ๆ ซึ่งแต่งตั้ง หรือร้องขอโดยผู้มีอำนาจควบคุมของธนาคารให้ทำการตรวจสอบกิจกรรมการดำเนินงานของธนาคาร
    • บุคคลอื่นใดซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม
    • หน่วยงานป้องกันการทุจริตซึ่งใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสืบหา และป้องกันการทุจริต และอาชญากรรมทางการเงินอื่น ๆ และเพื่อยืนยันตัวตนของท่าน
    • บุคคลใด ๆ ที่ออกคำสั่ง หรือบริหารจัดการบัญชี สินค้า หรือบริการในนามของท่าน (เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ทนายความ เป็นต้น) และ/หรือ
    • บุคคลใด ๆ ที่ธนาคารได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว 
        เว้นแต่ได้กำหนดไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ ธนาคารจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ หากธนาคารจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือส่งข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ ธนาคารจะแจ้งให้ท่านทราบ และขอความยินยอมจากท่านก่อนการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ธนาคาร ดำเนินการดังกล่าวได้โดยไม่ต้องอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิให้ความยินยอม หรือปฏิเสธการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

        ธนาคารจะปฏิบัติตามประกาศความเป็นส่วนตัวนี้อย่างเคร่งครัดต่อข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของธนาคารซึ่งเกี่ยวข้องกับคู่ค้าในอนาคต ปัจจุบัน และอดีต

    การส่ง หรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ 
        ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกโอน และเก็บ/ประมวลผลในต่างประเทศ 
        ทั้งนี้ ประเทศเช่นว่านั้นอาจไม่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เทียบเท่ากับประเทศไทย ในกรณีที่ธนาคารจะกระทำการดังกล่าว ธนาคารรับรองว่าประเทศดังกล่าวมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลดังกล่าวนั้นชอบด้วยกฎหมาย ธนาคารอาจต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นกับท่าน เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อปกป้องคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และ/หรือ เพื่อผลประโยชน์อันชอบธรรมของธนาคาร อย่างไรก็ตาม กฎหมายของบางประเทศอาจกำหนดให้ธนาคารต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น เปิดเผยให้กับหน่วยงานทางภาษี) ในกรณีเช่นว่านั้น ธนาคารจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลที่มีสิทธิเห็น หรือเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น

    4. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล 
        ธนาคารจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว กล่าวคือ เพื่อเหตุผลทางธุรกิจ และทางกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 
        ธนาคารจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นเวลา 10 ปี ภายหลังจากที่ท่านไม่ได้เป็นคู่ค้าของธนาคาร แล้ว ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของธนาคารในการดำเนินข้อพิพาททางสัญญาใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นนั้นในระยะเวลาดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ ธนาคารอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่า 10 ปีได้ หากธนาคารไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาข้อมูลของท่านแล้วธนาคารจะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    5. ความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 
        ท่านจะต้องทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของธนาคารมีความเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และถูกต้อง โดยจะต้องแจ้งธนาคารเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ โดยติดต่อธนาคารผ่านทางช่องทางที่ระบุไว้ในข้อ 10 ของประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ 
        ธนาคารจะขอให้ท่านปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเป็นครั้งคราว เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรวบรวมการ ใช้ และ/หรือ เปิดเผยเป็นปัจจุบัน ถูกต้อง และสมบูรณ์

    6. สิทธิความเป็นส่วนตัวของท่านคืออะไร และกฎหมายคุ้มครองท่านอย่างไร
    สิทธิในการขอถอนความยินยอม: ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่จะให้ธนาคารประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ธนาคารอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปหากธนาคารมีฐานอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิในการขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากธนาคาร และสิทธิในการตรวจสอบว่าธนาคารประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย
    สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง
    สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิร้องขอให้ธนาคารลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ในกรณีที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ธนาคารประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป โดยท่านสามารถใช้สิทธิในการขอให้ธนาคารลบข้อมูลส่วนบุคคลนี้ควบคู่ไปกับสิทธิในการคัดค้านในข้อถัดไป
    สิทธิในการคัดค้าน: ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ธนาคารประมวลผลภายใต้ฐานผลประโยชน์อันชอบธรรมของธนาคาร นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิที่จะคัดค้านหากธนาคารประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด และเพื่อการรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (Profiling)
    สิทธิในการขอให้มีการจำกัดการประมวลผล: ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านชั่วคราว เช่น เมื่อท่านต้องการให้ธนาคารแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หรือเมื่อท่านร้องขอให้ธนาคารพิสูจน์เหตุผลในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    สิทธิในการเคลื่อนย้ายข้อมูล: สิทธิในการเคลื่อนย้ายข้อมูล: ในบางกรณี ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากธนาคารได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สิทธิดังกล่าวนี้จะใช้ได้เฉพาะในกรณีของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ส่งมอบให้แก่ธนาคาร และธนาคารประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยอาศัยความยินยอมของท่าน หรือในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการประมวลผลเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันภายใต้สัญญาได้
    สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน: ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ท่านเห็นว่า ธนาคาร หรือพนักงานของธนาคาร หรือผู้ให้บริการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ฯ หรือประกาศอื่น ๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจพ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว 

        การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฏหมายที่เกี่ยวข้องและอาจมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ธนาคารอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ซึ่งธนาคารจะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบ นอกจากนั้นท่านสามารถใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

    การจัดการกับเรื่องร้องเรียน 
        ในกรณีที่ท่านต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับวิธีที่ธนาคารประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อธนาคาร และธนาคารจะพิจารณาคำขอของท่านโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การร้องเรียนต่อธนาคารนี้ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของท่านในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    7. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 
        ข้อมูลถือเป็นทรัพย์สินของธนาคารดังนั้น ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างยิ่ง ธนาคารตรวจสอบ และใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขององค์กร ทั้งทางกายภาพ และทางเทคนิคที่ทันสมัยอยู่เสมอเมื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ธนาคารได้วางนโยบาย และมาตรการควบคุมภายในเพื่อให้ท่านมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่สูญหาย ถูกทำลายโดยไม่ตั้งใจ ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ถูกเปิดเผย และเข้าถึงโดยบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ของธนาคาร โดยพนักงานของธนาคารนั้นได้รับการอบรม และฝึกฝนให้จัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย หากพนักงานไม่ปฏิบัติตามที่ได้รับการอบรมฝึกฝนดังกล่าว พนักงานจะได้รับโทษทางวินัย

    8. หน้าที่ของท่าน 
        ท่านมีหน้าที่ตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับธนาคารไม่ว่าจะด้วยตัวของท่านเอง หรือในนามของท่าน มีความถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน และมีหน้าที่ต้องแจ้งให้ธนาคารทราบโดยเร็วที่สุดหากข้อมูลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลง 
        เมื่อท่านเข้าทำสัญญากับธนาคารแล้ว ท่านจะมีหน้าที่ตามสัญญาในการส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ธนาคาร ท่านยังอาจจะต้องส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ธนาคารเพื่อให้ท่านสามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้ การไม่ส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ธนาคารอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียสิทธิทางกฎหมาย 
        ท่านมีความจำเป็นที่จะต้องส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่าง เช่น ข้อมูลการติดต่อ และข้อมูลการจ่ายเงินให้กับธนาคารเพื่อให้ธนาคารสามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อาจทำให้ธนาคารไม่สามารถใช้สิทธิ หรือปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันที่เกิดขึ้นจากสัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    9. การแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว 
        ธนาคารจะตรวจสอบประกาศความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้จึงอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่ธนาคารเห็นสมควร

    10. ช่องทางการติดต่อธนาคาร 
        ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือต้องการใช้สิทธิใด ๆ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร อีเมล DPOICBCT@th.icbc.com.cn


    (2020-10-19)
    【Close】